1

1

2

2
คิดแผนว่าจะไปทะเลกัน ว่าจะออกเดินทาง สักตี3 ตี4 ของวันที่ 13มีนา กะว่าจะไปถึงระยองสักเที่ยง รอเล่นน้ำเลย แต่นายท่านใจร้อน ขอออกเดินทาง บ่ายโมง ของวันจันทร์ที่ 12 มีนา 55 ไปนอนค้างที่สระบุรี นัดพี่ คำรณกับพี่แหม่ม พี่เค้าจองบังกะโลข้างบ้านไว้ให้แล้ว คืน 500บาท แวะเติมน้ำมันที่ อ.เถิน 1000บาท แวะซื้อโมจิ ไปฝาก 400 บาท เติมน้ำมันที่สิงบุรี 1750บ.ไปถึงสระบุรีประมาณ 1ทุ่ม แวะหาข้าวตังค์(หลานชาย) แปปเดียว ไปด้วยไม่ได้เพราะมีสอบ (แม่เลี้ยงใจร้าย)กินข้าวที่บ้านพี่คำรณพี่แหม่ม

3

3
คุยกับพี่คำรณจนเที่ยงคืนจึงเข้าที่พัก แคบไปจำเป็นต้องนอนพื้นทำเอาเมื่อยหลังเลย

4

4
ตื่นตี5.30น. ออกเดินทาง 6.00น. นำทางโดย ipad ดูแผนที่ นำทางโดย GPS ปัญหาตามมาคือ หาที่เติมเงินเข้า ipad ไม่ได้ รถบรรทุกก็เยอะกว่าจะหาทางขึ้นทางด่วนวงแหวนตะวันออกได้ทำเอาตาลาย เพราะเราเน้นดูป้ายบอกทาง ส่วนนายท่านเน้นเครื่องมือ อัฉริยะนำทาง ก็โดนบ่นเป็นระยะ ด่านแรก เสีย 30บาท ด่านสอง 30บาท ด่านที่สาม 30บาท ด่านสี่ 50บาท รวมทางด่วน 140บาท ลงโน้นเขต จ.ชลบุรี ปรึกษาเชิงทะเลาะกันเป็นระยะๆ เพราะมีเวลาว่างก่อนถึงเวลาเล่นน้ำ

5

5
เลยชวนกันว่าจะไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! เลยเลี้ยวขวาเข้าจ.ชลบุรี มองหาที่กินข้าวเช้า เจอร้านข้าวขาหมู แวะกิน (ขอโทษ หาความอร่อยไม่เจอเลย) จานละ45x4+น้ำ=144บาท เราบอกว่า เงินทอนขอเป็นเหรียญ10 จะเอาไปหยอด เหรียญ์เติมเงิน IPAD เค้าบอกว่าไม่มี สาธุขอให้สมพรปากนะจ๊ะ (นี้บวชมาแล้วนะ) สุดท้ายก็โทรไปพึ่งท่านพี่แก้วที่ลำปางโน้น เติมออนไลน์ 100บาท กลับลำปางจะไปใช่หนี้ พึ่งใบบุญ สาธุ หลังจากนั้นก็สืบค้นทางไปและราคา สรุปว่า คนละ 280x4=1120 บาท ค่อนข้างแพงแถมระยะทางก็ยุ่งเพราะอยู่หาดบางแสนโน้น บวกกับเจ้าอิงไม่อยากไปเพราะกลัวผี

6

6
เปลี่ยนแผน ไปเขาเขียวกันดีกว่า เครื่องมืออัฉริยะนำทาง ไปเขาเขียว+กับสายตาของเดี้ยน(ดูป้าย)ก็หาทางไปกันจนได้ ระหว่างทางผ่าน “บางพระ” เลยจอดแวะถ่ายรูปกันหน่อย

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว7”

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว7”
ในที่สุดก็ถึง “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” หลังจากเสียเวลาไปกับริบลีย์

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”8

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”8
แผนที่ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”9

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”9
จอดซื้อตั๋ว 70บาทx3ใบ (ฟรี1 เจ้าออม) =210+ซื้อถั่วฝั่วยาว 50+ไอติม = รวม 350บาท ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวจะมีเนื้อที่กว้างขวางมากถึง 5,000 ไร่ เขาก็เลยอนุญาตให้ขับรถกันเข้ามาได้ เพราะถ้าให้เดินเที่ยวอย่างเดียวอาจลิ้นห้อยได้

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”10

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”10
เราเก็บภาพแผนที่ซักหน่อย

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”12

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”12
สามสาว3แบบ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”13

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”13
พึ่งเคยเห็นต้นทุเรียนจริงๆ สวยดี

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”15

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”15
เกาะกวาง แต่กวางไม่สนใจถั่วฝั่วยาว เลยนะ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”17

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”17
อิงไม่ค่อยกล้าใกล้กวาง ขอถ่ายไกลๆหน่อยละกัน

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”19

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”19
เวลาว่างๆไม่โทรมา

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว"21

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว"21
หน้าสวนละมั่ง

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”23

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”23
สัตว์ที่นี้อยู่สุขสบายไม่แออัด

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”25

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”25
มารอนกเพนกวิกกัน

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”27

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”27
เดียวจะขอจับตัวเป็นๆสักครั้งนึง

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”29

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”29
เรามาดูฮิปโปเตมัลกัน

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”31

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”31
ขอลองอุ้มหมีขอ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”33

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”33
อิงกล้าๆกลัวๆ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”36

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”36
ยีราฟกินถั่วฝักยาว อร่อยจัง

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”38

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”38
กรงเมียร์เเคส

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”39

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”39
เจอลิงน้อย

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”41

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”41
หน้ากรงนกกระจอกเทศ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”43

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”43
กับพี่อิงสักภาพดิ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”45

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”45
แรดกินหญ้า

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”47

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”47
นกสีสดมากๆ

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”49

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”49
นกเขาป่าวนี้

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”52

“สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”52
เก็บภาพสุดท้ายที่เขาเขียว

"ระยองฮิ"1

"ระยองฮิ"1

"ระยองฮิ"2

"ระยองฮิ"2
มาระยองต้องไข่ปลาหมึกบ้านเพเท่านั้น

"ระยองฮิ"4

"ระยองฮิ"4
อ้าว!ปลาหมึกติดเหล็กดัดฟันซะ

"ระยองฮิ"5

"ระยองฮิ"5
นี้ช้างทะเลอะ

"ระยองฮิ"8

"ระยองฮิ"8
ที่นี่หาดสวนสน

"ระยองฮิ"10

"ระยองฮิ"10
พิมบีท850+เตียงเสริม200ต่อเหลือ1000

"ระยองฮิ"12

"ระยองฮิ"12
แดดร้อนอยู่เลยไปอนุฯสุนทรภูมิกันก่อน

"ระยองฮิ"14

"ระยองฮิ"14
เขากำลังจะจัดงานเลยไม่ได้มุมสวย

"ระยองฮิ"16

"ระยองฮิ"16
เชฟตี้ไว้ก่อน

"ระยองฮิ"18

"ระยองฮิ"18
เค้ามาชวนนั่งโซฟาลากไปเที่ยว20นาทีต่อ400บ.

"ระยองฮิ"20

"ระยองฮิ"20
เขาจะลากไปเกาะกลางทะเล อิงมันร้องซะ

"ระยองฮิ"21

"ระยองฮิ"21
กลัวอยู่แต่มัวเเต่ขำอิงจนน้ำเค็มเข้าปากเลย

"ระยองฮิ"24

"ระยองฮิ"24
พระอาทิตย์ตกดินแล้ว

"ระยองฮิ"25

"ระยองฮิ"25
เดินกลับที่พัก

"ระยองฮิ"28

"ระยองฮิ"28
วันนี้เสี่ยบอยเลี้ยง

"ดรีมเวิลด์"1

"ดรีมเวิลด์"1
สำหรับเด็กๆก็คงที่และ "ดรีมเวิลด์"

"ดรีมเวิลด์"

"ดรีมเวิลด์"
ตื่นเเต่เช้ามาคิดแผนบอยอยากอยู่ต่อแต่เราอยากไปที่อื่น เลยแวะกินข้าวต้มเลือดหมู 190บ. แวะซื้อปลาหมึกแห้ง 600บ. 7โมงกว่าๆก็ออกเดินทาง

"ดรีมเวิลด์"3

"ดรีมเวิลด์"3
พร้อมลุยยังเด็กๆ

"ดรีมเวิลด์"

"ดรีมเวิลด์"
ขอภาพนิด เพื่อมีบุญไปจริงๆ

"ดรีมเวิลด์"6

"ดรีมเวิลด์"6
เริ่มจากนั่งรถไฟชมรอบๆก่อนละกัน

"ดรีมเวิลด์"8

"ดรีมเวิลด์"8
สู้พี่อิงไม่ได้ she happy ตลอดฤดู

"ดรีมเวิลด์"11

"ดรีมเวิลด์"11
เป็นเครื่องเล่นเดียวที่พอเล่นได้

"ดรีมเวิลด์"12

"ดรีมเวิลด์"12
ไม่ได้เล่น ได้วิวสวยก็โอเค้นะ

"ดรีมเวิลด์"13

"ดรีมเวิลด์"13
พยายามยิ้มนิดนึงออมเอ้ย

"ดรีมเวิลด์"16

"ดรีมเวิลด์"16
ภาพสร้าง ไม่ได้สร้างภานะ

"ดรีมเวิลด์"17

"ดรีมเวิลด์"17
มุมน่ารักๆ

"ดรีมเวิลด์"19

"ดรีมเวิลด์"19
เมืองเทพนิยาย(ตาไม่เกี่ยว)

"ดรีมเวิลด์"21

"ดรีมเวิลด์"21
จะชักดาบละนะ

"ดรีมเวิลด์"24

"ดรีมเวิลด์"24
เจ้าหญิงนิททา

"ดรีมเวิลด์"25

"ดรีมเวิลด์"25
หน้าบอกบุญ

"ดรีมเวิดล์"27

"ดรีมเวิดล์"27
มนุษย์หิน

"ดรีมเวิดล์"29

"ดรีมเวิดล์"29
3เกลอหัวเเข็ง

"ดรีมเวิดล์"31

"ดรีมเวิดล์"31
ชวนเข้าบ้านผีสิงก็ไม่เอา

"ดรีมเวิดล์"33

"ดรีมเวิดล์"33
เด็กๆอยากขึ้น พรมวิเศษ แต่คิวยาว

"ดรีมเวิดล์"35

"ดรีมเวิดล์"35
เทอร์นาโด นี้เสี้ยวไป

"ดรีมเวิดล์"37

"ดรีมเวิดล์"37
แกรนด์เเคนยอน อยากเล่นท่าทางเย็นดี

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิต"

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิต"
ออกจากดรีมเวิดล์เห็นป้าย "พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิต" พี่อิงเค้ามากับโรงเรียนเลยอยากให้พ่อไปดูบาง เลยตามเลย

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิต"

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯครบ5รอบเพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆครอบครัวประชาชนทั่วไป

ที่นี่มีนิทรรศการและการแสดงทั้งหมด6ชั้นคือ...

ชั้นที่1. ส่วนต้อนรับ และแนะนำการเข้าชม
ชั้นที่ 2. ประวัติการค้นพบและการประดิษฐทางวิทย์ และเทคโนโลยี
ชั้นที่ 3. วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และพลังงาน
ชั้นที่ 4. วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเกี่ยวกับประเทศไทย
ชั้นที่ 5. วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
ชั้นที่ 6. เทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย

ที่นี้......สนุกสนานได้ความรู้กันไป เหมาะสำหรับโรงเรียนพานักเรียนมาหาความรู้กัน ยิ่งถ้ามีเวลาดูทั้งหมด คุ้มมาก

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"3

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"3
พี่อิงเค้าพยายามแนะนำโน้นนี้นั้นตลอด

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"4

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"4
ออมก็พอสนุกกับเค้าอยู่

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"6

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"6
ลุงทำไรครับ

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"7

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"7
อลังป่าว

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"10

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"10
ทดลอง แผ่นดินไหว น่ากลัวมาก

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"13

"พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์"13
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หมดไป 180 บาท (บัตร70x2+ของเล่น40บ.) 4โมงแล้วจะกลับลำปางเลยก็ดึกแน่ ชวนนอนอยุธยาแวะไหว้พระ

"อโยธยา"

"อโยธยา"
ชวนเที่ยวพระราชวังบางปะอินแต่มันปิดแล้วเลยหาที่นอนดีกว่า บอยไม่อยากอยู่อยุธยาหลอกเพราะมีข่าวดังวัยรุ่นชอบปากระจกรถ...ขับไปเรื่อยๆ

""หมู่บ้านญี่ปุ่น""1

""หมู่บ้านญี่ปุ่น""1
เห็นแล้วรีบจอด ลงไปดูเเต่5โมงเย็นแล้วเค้าปิด เเต่ก็เดินดูรอบๆได้อยู่

"หมู่บ้านญี่ปุ่น"4

"หมู่บ้านญี่ปุ่น"4
พิพิธภัณฑ์ เสียดายเค้าปิดแล้ว ข้างในเล่าประวัติคนญี่ปุ่นรุ่นแรกที่มาอยู่เมืองไทย

"หมู่บ้านญี่ปุ่น"3

"หมู่บ้านญี่ปุ่น"3
ยะมะดะ นะงะมะซะ หรือ ออกญาเสนาภิมุข (ญี่ปุ่น: 山田長政 Yamada Nagamasa; พ.ศ. 2113 — พ.ศ. 2173) เป็นซามูไรชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามารับราชการ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ออกญาเสนาภิมุข ยะมะดะ นะงะมะซะ เดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมโดยเดินทางกลับมาพร้อมกับคณะทูตจำนวน 60 คน ที่พระเจ้าทรงธรรมทรงส่งไปถึงเมืองเอโดะ(โตเกียวในปัจจุบัน) ในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2164 นะงะมะซะ ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย ได้รับราชการในกรมอาสาญี่ปุ่น และเจริญก้าวหน้าในเวลาต่อมา เป็นเจ้ากรมอาสาญี่ปุ่น ในชื่อออกญาเสนาภิมุข (ตำแหน่ง ออกญา เทียบเท่า พระยา) ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ยะมะดะ นะงะมะซะถูกล้อมจับ และถูกเนรเทศจากกรุงศรีอยุธยาไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช มีบุตรชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น กับภรรยาชาวไทย นามว่า โอนิน และได้ส่งบุตรชายและคณะไปเรียกส่วยภาษีจากเมืองปัตตานี แต่ได้รับการต่อต้านจากจากชาวต่างชาติในเมืองปัตตานีเช่นฮอลันดา โปรตุเกส และอังกฤษ ที่ไม่พอใจที่ชาวญี่ปุ่นมีอิทธิพลในแถบนั้น ยะมะดะ นะงะมะซะ ยกกองทัพไปทำศึกกับปัตตานี แต่ได้รับบาดเจ็บถูกฟันที่ขา จึงยกทัพกลับนครศรีธรรมราชขณะที่การรบยังไม่เสร็จสิ้น ยะมะดะ นะงะมะซะ ถึงแก่กรรมที่เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. 2176 หลังจากได้รับพิษจากยารักษาแผล ที่พระเจ้าปราสาททอง ทรงบัญชาให้ออกพระมะริด เจ้าเมืองไชยา นำยาพิษงูผสมยางไม้ มาให้รักษาโดยหลอกว่าเป็นยาหลวงจากราชสำนัก

"หมู่บ้านญี่ปุ่น"9

"หมู่บ้านญี่ปุ่น"9
เรือญี่ปุ่น โปรตุเกต อังกฤษ ฮอลันดาที่แห่มาไป

"ตลาดน้ำอโยธยา"

"ตลาดน้ำอโยธยา"

ตลาดน้ำอโยธยา1

ตลาดน้ำอโยธยา1
มาถึงตลาดเขาวายไปแล้วอะ

"โรงแรมอโยธยารีเวอร์ไซค์"

"โรงแรมอโยธยารีเวอร์ไซค์"
รีบหาที่พักก่อน ได้โรงแรมอโยธยารีเวอร์ไซค์ 850+เด็ก400+ฟรีอาหารเช้า 1300บาท

"โรงแรมอโยธยารีเวอร์ไซค์"2

"โรงแรมอโยธยารีเวอร์ไซค์"2
คืนนี้กินอาหารค่ำที่แพของโรงแรม สั่งกุ้งแม่น้ำมากิน ตัวนิดเดียว ปลาช่อนลุยสวน กุ้งทอด ปลาดุกฟู ปลาเนื้ออ่อนเม็ดมะม่วง +เบียร์ช้าง 4ขวด ต้มจืด รวม 1770บาท

แผนที่

แผนที่
ตื่น 6โมงกว่าลงไปกินบุตเฟ่ ของโรงแรม เจอแต่คนญี่ปุ่น ใส่ชุดทำงานกันเยอะ คงมากู้โรงงาน หลังน้ำท่วมแน่เลย สู้ๆๆ ออกจากโรงแรม เจอสถานีรถไฟอยุธยา ได้แผนที่มา ตั้งเป้าอย่างน้อยให้ได้ไหว้พระ 9วัด แต่วัดเยอะมากสงสัยขับผ่านแล้วแค่ได้ยกมือไหว้แน่เลย

12วัด

12วัดที่เราไว้แวะกราบพระ

1.วัดพนัญเชิง 2.วัดเกาะแก้ว

3.วัดพิชัยสงคราม 4.วัดใหญ่ชัยมงคล

5.วัดมหาธาตุ 6.วัดราชบูรณะ (อยู่ใกล้กัน)

7.วัดหน้าพระเมรุ (วัดเดียวที่พม่าไม่เผา) 8.วัดมงคลบพิตร

9.พระศรีสรรเพชญ์ 10.พระราชวังโบราณ(8-10 อยู่ใกล้กัน)

11.วัดไชยวัฒนราม 12.วัดพุทธไธศวรรย์

"วัดพนัญเชิงวรวิหาร"

"วัดพนัญเชิงวรวิหาร"

"วัดพนัญเชิงวรวิหาร"1


"วัดพนัญเชิงวรวิหาร"ได้แค่ยกมือไหว้ที่หน้าวัดเมื่อวานเย็นพึ่งมารู้เป็นวัดใหญ่ตอนหลัง วัดพนัญเชิง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง และพระราชทานนามว่า วัดเจ้าพระนางเชิงและ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๖๘ หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สถาปนากรุงศรีอยุธยา ๒๖ ปี เป็นพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในหมู่ชาวจีนมากโดยเรียกกันว่า “ซำปอกง” พระพุทธรูปทองคำในพระอุโบสถวัด พนัญเชิงนั้นมีพระพุทธรูปสำคัญ 3 องค์ คือพระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปนาค พระพุทธรูปทองเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยทำจากทองสัมฤทธิ์ องค์กลางเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยา ส่วนพระพุทธรูปนาคเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยนั้นจะมีสีออกแดงๆ กล่าวกันว่าพระพุทธรูปทองและนาคนี้เพิ่งถูกพบว่า เป็นพระทองและพระนาค ด้วยบังเอิญ เนื่องจากแต่เดิมทีพระทั้งสององค์ถูกฉาบเคลือบด้วยปูน สาเหตุคงเพราะว่าช่วงเวลาก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะถูกข้าศึกบุกตีพระนคร คนในสมัยนั้นเกรงว่าพระพุทธรูปทองและพระพุทธรูปนาคนี้จะถูกขโมยหรือเผาเอาทองไป

"วัดเกาะแก้ว "

"วัดเกาะแก้ว "
"วัดเกาะแก้ว "( ที่ตั้งค่ายพระเจ้าตาก) วัดเกาะแก้ว มีความเกี่ยวเนื่องกับ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช กล่าวคือ ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๑ วัดเกาะแก้ว เคยเป็นที่ตั้งค่ายของกองทัพไทยค่ายหนึ่งใน ๙ ค่ายด้วยกัน คือ ด้านเหนือ ตั้งค่ายที่ วัดหน้าพระเมรุ และ เพนียดคล้องช้าง ด้านตะวันออก ตั้งค่ายที่ วัดมณฑป และ วัดเกาะแก้ว (พระยาวชิรปราการ) ด้านใต้ ตั้งค่ายที่ บ้านสวนพลู (หลวงอภัยพิพัฒน์ ขุนนางจีน คุมพวกจีน บ้านในไก่ จำนวน ๒,๐๐๐ คน) วัดพุทธไธสวรรย์ (พวกคริสตัง) ด้านตะวันตก ตั้งค่ายที่ วัดไชยวัฒนาราม ก่อนที่จะเคลื่อนทัพลงมา วัดพิชัย (วัดพิชัยสงคราม)

"วัดพิชัยสงคราม"

"วัดพิชัยสงคราม"
"วัดพิชัยสงคราม"ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2900 เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีนามปรากฏในราชพงศาวดาร ว่า " วัดพิชัย " บางแห่งเขียนว่า " วัดพิไชย " ได้เปลี่ยนนามใหม่ว่า " วัดพิชัยสงคราม " ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณรัชกาลที่ 4 หรือ 5 ในคราวที่ได้มีการบูรณะปฎิสังขรณ์เนื่องจากเป็น วัดร้างในช่วงปลายสมัยอยุธยาเป็นต้นมาที่ได้นามอย่างถือเอาเหตุผลที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากวัดพิชัยมาได้ นับว่าได้รับชัยชนะ ต่อมาเมื่อได้มีการบูรณะปฎิสังขรณ์วัดขึ้นจึงขนานนามวัดใหม่เป็นการเทิดพระเกียรติและอนุสรณ์แห่งสถานที่วัดนี้


"วัดใหญ่ชัยมงคล" วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคือในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1900 สมเด็จพระเจ้าอู่ทองได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรค ขึ้นมาเผา ที่ปลงศพนั้นโปรดให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว

"วัดใหญ่ชัยมงคล"

"วัดใหญ่ชัยมงคล"
วัดใหญ่ชัยมงคล(คราวชนะสงครามยุทธหัตถี)

'วัดใหญ่ชัยมงคล"1

'วัดใหญ่ชัยมงคล"1

"วัดใหญ่ชัยมงคล "3

เรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ของวัดป่าแก้วมีอยู่ว่า อุโบสถของวัดเคยเป็นที่ซึ่งคณะคิดกำจัดขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์มาประชุมเสี่ยงเทียนอธิษฐาน ครั้งนั้นได้รับผลสำเร็จจึงอัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พ.ศ. ๒๑๐๔ ในรัชกาลของสมเด็จพระมหาจักรพรรดินั้นเอง ได้มีพระบรมราชโองการให้เอาสังฆราชวัดป่าแก้วไปสำเร็จโทษ ฐานฝักใฝ่ให้ฤกษ์ยามแก่ฝ่ายกบฏพระศรีศิลป์ พ.ศ. ๒๑๓๕ ในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า จึงทำให้เชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อ วัดใหญ่ชัยมงคล เจดีย์ชัยมงคล

"วัดใหญ่ชัยมงคล" 7

"วัดใหญ่ชัยมงคล"  7

"วัดใหญ่ชัยมงคล"5

"วัดใหญ่ชัยมงคล"5

"วัดมหาธาตุ'"

"วัดมหาธาตุ'"

วัดมหาธาตุ กรุงศรีอยุธยา เป็น ๑ ในวัดที่จัดอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในกรุงศรีอยุธยา

ประวัติ สันนิษฐานว่าวัดนี้ได้ริเริ่มสร้างองค์พระมหาธาตุขึ้นในแผ่นดินสมเด็จบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพระงั่ว) แต่อาจจะยังไม่สำเร็จ จนถึงรัชกาของ สมเด็จพระราเมศวรจึงทรงสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จบริบูรณ์เป็นพระอาราม แล้วขนานนามว่าวัดมหาธาตุ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ.๒๑๕๓-๒๑๗๑)พระปรางค์เคยพังลงมาเกือบครึ่งองค์ถึงชั้นครุฑ ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงบูรณะใหม่ โดยเสริมพระมหาธาตุให้สูงยิ่งขึ้น รวมเป็นความสูง 25 วาหลังจากรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแล้ว ก็ไม่ปรากฏเรื่องราว ของวัดมหาธาตุอีกเลย ครั้นเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึกครั้งหลังใน พ.ศ.๒๓๑๐ ในคราวนั้นวัดมหาธาตุถูกไฟไหม้ เสียหายมาก พระอุโบสถและวิหาร ตลอดจนกุฏิสงฆ์ถูกเผาผลาญยับเยิน คงเหลือแต่ซากผนัง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วัดมหาธาตุก็ได้กลายเป็นวัดร้าง

"วัดมหาธาตุ'"4

"วัดมหาธาตุ'"4
.






.

"วัดราชบูรณะ"

"วัดราชบูรณะ"
จากวัดมหาธาตุจะมองเห็นพระปรางค์ของ"วัดราชบูรณะ" อย่าคิดว่าเป็นวัดเดียว

วัดราชบูรณะ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของวัดมหาธาตุ มีฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยอยุธยา ภายในวัดประกอบด้วยองค์ปรางค์ประธาน ซึ่งล้อมรอบด้วย ระเบียงคต มีพระวิหารตั้งอยู่ทาง
ทิศตะวันออก ส่วนพระอุโบสถตั้งอยู่ทางด้านหลังของวัด

"วัดราชบูรณะ"1

"วัดราชบูรณะ"1

วัดราชบูรณะ4

วัดราชบูรณะ4
ประวัติ วัดราชบูรณะปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารว่า สร้างขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒หรือ เจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ. ๑๙๖๗ คือภายหลังจากสมเด็จพระนครินทราธิราชาสวรรคต พระราชโอรสองค์ใหญ่สองพระองค์ คือเจ้าอ้ายพระยา ทรงครองเมืองสุพรรณบุรีและเจ้ายี่พระยาทรงครองเมืองสรรค์บุรี สองพระองค์เสด็จลงมาชิงพระราชสมบัติกันเอง ต่างทรงช้างเคลื่อนผลมาปะทะกัน ทรงพระแสงของ้าวต้องพระศอขาดพร้อมกัน เจ้าสามพระยาทรงเป็นโอรสองค์ที่สาม เสด็จลงมาจากชัยนาทมาถึงภายหลัง จึงได้เสวยราชสมบัติ ทรงพระนามว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ เมื่อเจ้าสามพระยาทรงขึ้นครองราชย์แล้ว จึงจัดการถวายเพลิงพระศพ พระเชษฐาธิราช ทั้งสองพระองค์พร้อมกัน สถานที่ที่ถวายพระเพลิงนั้น ก็ทรงอุทิศสร้างพระปรางค์และพระวิหาร มีนามว่า เจดีย์เจ้าอ้ายพระยาเจ้ายี่พระยา พระปรางค์วัดราชบูรณะมีกรุใหญ่และลึก กรมศิลปากรทำการขุดเรียบร้อยแล้ว

วัดราชบูรณt5

วัดราชบูรณt5
ในปัจจุบันเปิดให้เข้าไปชมกรุได้ตามปกติ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะมีทั้งหมด 4 ห้องใหญ่ๆ เรียงกันลงไปแนวดิ่ง โดยชั้นล่างสุดอยู่ในแนวระดับพื้นดิน ดังนี้ กรุชั้นที่ 1 เป็นชั้นที่อยู่บนสุด เดิมมีผนังก่อปิดภาพทั้งหมด(ภาพคนจีน เทพชุมนุม ฯลฯ) หลังผนังทำเป็นช่องเล็กๆ ใส่พระพิมพ์ และ พระพุทธรูปไว้จนเต็ม และในนั้น คนร้ายพบพระพุทธรูปทองคำขนาดหน้าตัก 1 ศอก อยู่ 3-4 องค์ กรุชั้นที่ 2 เป็นชั้นกลาง มีถาดทองคำ 3 ใบเต็มไปด้วยเครื่องทอง กรมศิลปากรได้รื้อพื้นออก จึงทำให้กรุห้องที่ 2 และ 3 เชื่อมกัน มีจิตรกรรมเป็นภาพอดีตชาติพระพุทธเจ้า วาดอยู่ในช่องสี่เหลี่ยม และ รอบๆมีโต๊ะสำริดเล็กๆตั้งอยู่ทุกซุ้มเว้นด้านใต้ ใช้วางเครื่องทอง และ ผ้าทองที่ขโมยให้การว่าแค่แตะก็ป่นเป็นผงแล้ว กรุชั้นที่ 3 เป็นห้องที่อยู่ในสุด เป็นห้องที่สำคัญที่สุด บรรจุพระบรมธาตุ ซึ่งเก็บรักษาอย่างดีในเจดีย์ทองคำ และ รอบๆยังเต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ กรุแตก พระปรางค์ทองคำในกรุวัดราชบูรณะการค้นพบกรุเมื่อปี พ.ศ. 2499 เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ปีถัดมาทำให้มีขโมยกลุ่มใหญ่ลักลอบมาขุดกรุวัดราชบูรณะ พบเครื่องทองและอัญมณีจำนวนมหาศาล แต่ทว่าฝนตกหนักและรีบเร่ง กลุ่มขโมยจึงขนของไปไม่หมด เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาไม่กี่วันก็จับและยึดของกลางได้บางส่วน หลังจากนั้นกรมศิลปากรได้เข้ามาขุด ปรากฏว่าพบสิ่งของกว่า 2000 รายการ พระพิมพ์กว่า แสนองค์ ทองคำกว่ากว่า 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
ไม่มีบทความ
ไม่มีบทความ